Posts

ณ ไอทีลาดกระบัง

Image
ปล่อยบล๊อคทิ้งร้างมานานแรมปี วันนี้ฤกษ์งามยามดี ก็มาเขียนกันซักหน่อยจ้าา 55 วันนี้ (24/4/2012) กำหนดส่งรายงาน และ CD ปริญญานิพนธ์ พอดิบพอดี ส่งเสร็จก็เหมือนยกภูเขาลูกใหญ่ๆ ออกจากอก เรียนจบแล้วโว้ยยยยยย ^_^ กลับมาเต้นแรงเต้นกาในห้องอยู่พักใหญ่ ฮ่าๆๆ ก็ไม่รู้จะไปเต้นกับใครน้อ เรียนจบ ก็ต้องออกไปเริ่มต้นใหม่ กับชีวิตการทำงาน ไม่รู้ว่ามันจะเหมือนกับตอนที่เราขึ้นอนุบาล... ขึ้นประถม...ขึ้นมัธยม...แล้วก็ขึ้นมามหาลัยมหาลัยรึป่าว ชีวิตที่เคยวนเวียนอยู่แบบนี้ เป็นพี่ใหญ่สุด แล้วก็กลายมาเป็นน้องเล็กสุด ต้องเรียนรู้ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อที่จะได้เป็นพี่ใหญ่ แล้วก็ก้าวต่อไปเป็นน้องเล็กอีกครั้ง นี่คือชีวิตสนุกๆ ในรั้วโรงเรียน ที่ที่เคยมีคุณครู มีเพื่อน มีเสียงหัวเราะ แล้วก็มีน้ำตา แต่ชีวิตหลังจากนี้ล่ะ จะต้องเจออะไร ก็ยังไม่อาจรู้ได้ รู้แต่เพียงว่า... ถ้าเรามาได้ถึงขนาดนี้ เราก็ต้องไปต่อได้ แล้วก็จะต้องได้ดีซะด้วย (ฮ่าๆ หลงตัวเองจิงๆ) เวลา 4 ปี ณ สถาบันแห่งนี้ (5 ปี ที่เป็นนักศึกษาที่นี่) ไม่ได้ให้แค่ปริญญา ไม่ได้ให้แค่ความรู้ แต่ที่แห่งนี้ยังให้โอกาส ให้ทักษะต่างๆ แล้วที่ขาดไม่ได้ ก็คงจะเป็น ...

French Toast

Image
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เราไม่ใช่กูรูหรือว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารแต่อย่างใด เวลาทำอาหารส่วนใหญ่ก็จะอาศัยความคุ้นเคย จำมั่งไม่จำมั่งไปตามเรื่อง เมนูนี้ทำกินบ่อยมากก เพราะมันไม่ยาก และก็ใช้เวลาไม่นาน ที่จริง ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรี่ญี่ปุ่นเรื่อง Buzzer Beat ที่พระเอกทำเฟรนช์โทสให้นางเอกกิน มีอยู่วันนึงเกิดนึกอยากลองทำ เลยหาสูตรเอาตามเว็บไซท์ มั่วนิดมั่วหน่อย ก็ได้ออกมาเป็นขนมปังสีเหลืองน่าตาน่าทานมาก (แต่รสชาติก็ว่ากันอีกเรื่อง ฮ่าๆๆ) มัวแต่โม้ ฮ่าๆๆ มาเตรียมอุปกรณ์ก่อนเลยดีก่า อุปกรณ์: เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาถ่าน เตาอะไรก็ได้ที่มันให้ความร้อนได้ กระทะ (จะเป็นเทปล่อน ไม่ล่อน หรือว่ากระทะที่เป็นหลุมๆ ที่เอาไว้ผัดผักบุ้งไฟแดงก็ใช้ได้ แต่อาจจะเหนื่อยหน่อย) ตะหลิว ชาม จานก้นลึก หรือภาชนะอะไรก็ได้ที่จะเอาแผ่นขนมปังลงไปชุบได้ ถ้วยตวง (หรือถ้าวิชาคาดคะเนเป็นเลิศ อันนี้ไม่ต้องมีก็ได้) สูตรที่จะนำเสนอวันนี้เป็นสูตรสำหรับทานคนเดียว เปล่าเปลี่ยวหัวใจ ฮ่าๆ ถ้าใครมีญาติพี่น้อง แฟน กิ๊ก พ่อตา แม่ยาย หรือใครก็ตามที่อยากจะทำให้ทาน ก็คูณๆ เพิ่มเอานะจ๊ะ ^^ อ่อ ละก็อันนี้เหมาะกับขนมปังทั่วไปที่หาได้ตามท้อง...

Skiing @ Inawashiro

Image
aห่างหายจากการอัพบล๊อคไปสองเดือน กลับมาก็ต้องขอ สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ ทุกคนก่อนจ้าาา มีความสุขกันมากๆๆ น้าาา เริ่มต้นกับสิ่งดีดี โชคดีตลอดปีค่าาา 明けまして おめでとう。 今年もよろしくね。 สวัสดีปีใหม่แบบภาษาญี่ปุ่นค่ะ คนญี่ปุ่นก็จะพูด โยโรชิกุกันตลอด ซับไตเติลแบบไทย แปลเอาไว้ว่า ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ อันที่จริงก็ไม่ได้ตรงหมดซะทีเดียว แต่ก็อารมณ์ประมาณนั้นมั๊ง อิอิ มาถึงเรื่องสกีกันบ้างดีก่า นี่ก็เปนครั้งแรกที่ได้ไปเล่นสกี ทั้งตื่นเต้ นทั้งกลัว จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากไปมาก คือแบบ ทุกคนไปก็ไป ไปสนุกกัน บวกกับโทโมะก็ชอบเล่น สกีมาก ก็เลยอ่ะ ไปก็ไป สมาชิกร่วมทริปก็ไล่กันไม่ถูก ไม่รู้ใครเป็นใคร ตอนแรกลงชื่อไว้ 36 คน แต่โชคไม่ดี เป็นไข้ไปสามคน เลยเหลือสมาชิกเบ็ดเสร็จ 33 คน (เยอะม๊ากก) สถานที่ที่เราไปคือ Inawashiro 猪苗代 อยู่ที่จังหวัด Fukushima 福島 ทริปนี้จ่ายกันไปคนละ 7600 เยน เป็นค่ารถบัสไปกลับ ระหว่าง Shinjuku 新宿 กับ Inawashiro 猪苗代 และก็ค่าเช่าอุปกรณ์คือ สกี รองเท้า และก็ชุด ส่วนใครที่อยากเช่าหมวก แว่นกันแดด แระก็ถุงมือ ก็ต้องจ่ายเพิ่มอย่างละ สามร้อยเยน แต่ของเราพอดีมีอยู่แล้วเรยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ^^ รถบัสออกจ...

4 Months left,,, with my dream

ไม่ได้มาเขียนบล๊อคนานเป็นชาติแร้ววว ฝุ่นจับ แมงมุมเกาะ ฮ่าๆ เพื่อนๆ ยังจำกันได้อยู่ไหมค๊าา กะลังจาเข้าสู่เดือนธันวาคมแระ อีกแค่ไม่กี่วันเนอะ > ตอนนี้ถามว่าคิดถึงบ้านไหมก็มีบ้างนะ คิดถึงผลไม้เมืองไทย ฮ่าๆๆ แต่อยู่ที่นี่มันก็สนุกดี มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ด้วยความที่มันไม่ใช่บ้านเมืองที่เราคุ้นเคย ก็เลยมีอะไรให้เรียนรู้เยอะแยะมากมาย ประกอบกับผู้คนก็ไม่ได้เหมือนคนในบ้านเรา ก็เลยแปลกๆ ปนๆ กับสนุก ฮ่าๆๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงมาเขียนแบบนี้ ซึ่งอันที่จริงควรจะเขียนตั้งแต่ห้า หก เดือนที่แล้ว ฮ่าๆๆๆ ช่วงนี้ฤดูใบไม้ร่วง ก็ร่วงกันจริงอะไรจริง วันนี้ลมก็แร๊งแรง ปั่นจักรยานแทบไม่ได้ ก็รู้ว่าฤดูใบไม้ร่วง แต่ร่วงซะจนมองไม่เห็นถนนอยุ่แล้วเนี่ยยย เยอะไปไหมค๊าาาา ^^ ลืมบอกไปฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า Aki เหมือนจะเป็นฤดูที่เค้าบอกว่าอากาศดีที่สุดแล้ว ไอ่ดีมันก็ดีนะ(เป็นบางวัน) บางวันก็หนาวว บางวันก็ฝนตกหนัก ทำให้หนาวหนักเข้าไปใหญ่ บางวันก็ร้อน บางวันก็หนวกหู (อ้าว อันนี้ไม่เกี่ยวกับอากาศ ฮ่าๆ) ที่หอกะลังปรับปรุงอยู่ตอนนี้ ทาสีใหม่ทั้งอาคาร พี่แกเตรียมการยังกับจะทำตึกใหม่ เอาผ้าใบคลุมมันทั้งตึ...

Fuji-san

Image
ฮาโหลเพื่อนๆ ช่วงนี้เหนื่อยเหน็ด เหน็ดเหนื่อย เรยไม่ค่อยได้มาอัพเดทเรื่องราว แต่ว่าเขียนมาก็ไม่ค่อยมีคนเม้น(น้อยจัยยยย) 55+ แต่ก็ขอหน้าด้านมาเขียนละกัน เผื่อว่าสอบเสร็จแล้วเพื่อนๆ จะสนใจเค้าบ้างอะไรบ้าง ฮ่าๆๆๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว 16 กรกฎา เพื่อนๆ ที่หอก็จัดทริปไปปีนฟูจิกัน ช่วงนั้นงานเยอะมาก ก็เลยไม่ได้สนใจที่เค้าแนะนำว่าจะต้องเตรียมอะไรไปบ้าง เพิ่งตื่นตัววันพฤหัสตอนประมาณสองทุ่ม ฮ่าๆๆ สุดท้ายก็ซื้อไปแค่ของกิน กับน้ำ แล้วก็เสื้อกันฝน ฮ่าๆๆ เนื่องจากว่าทริปของเราค่อนข้างทรหดอดทนมาก วันศุกร์นี่ก็มีเรียนตั้งแต่เก้าโมงเช้า ยันสี่โมง แถมสอบอีกตะหาก ด้วยความที่มัวแต่ตื่นเต้นกับการไปฟูจิ เลยไม่ได้อ่านหนังสือสอบ ห้าๆๆ เยี่ยม พอตกเย็นออกไปซื้อของอีกนิดหน่อย เค้านัดรวมตัวทุ่มนึงที่หอ เดินไปป้ายรถเมล์อีกสิบห้านาที ยืนรอรถเมล์อีก เปนชม.ได้มั๊ง รถเมล์แม่มเลท มาถึงนี่คนขับรถขอโทษแล้วขอโทษอีก ฮ่าๆ ก่อนไป รุ่นพี่ก็ไปเนี่ย นอนในรถนะแก เด๋วไม่มีแรง ไอ่เราก็ตั้งอกตั้งใจนอน แต่อีคนข้างหลังเนี่ย คนต่างชาติ คุยเสียงดังม าก จะไม่ให้กุนอนใช่ไหมๆๆๆๆ ถ้ากุปีนไม่ไหวนะ (กุตายยยย) สุดท้ายก็....ไม่ได้นอน เห่ยยยยยย ...

UEC's Camp: Do you proud in your country?

Konbanwa ค่ะเพื่อนๆ ฟ้ากลับมาแร้ว อิอิ หลังจากที่ผ่านพ้นสัปดาห์นรกไปได้แบบฉิวๆ ก็เลยขอชะแว๊บบมาเขียนบล๊อคซะหน่อย อิอิ ไม่ได้จะมาบ่นเรื่องงานเยอะนะ แต่จะมาเล่าเรื่องไปแคมป์ให้ฟัง ^.^ (หรืออ่านนั่นแหละ 55+) เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (3-4 กรกฎาคม) ได้มีโอกาสไปค่าย ทำกิจกรรมร่วมกับคนญี่ปุ่น ไม่แน่ใจว่าค่อยมันชื่ออะไรกันแน่ ขอเรียกว่า UEC's camp ละกันเนอะ ค่ายนี้มันก็ประมาณว่า ให้เด็กโครงการ JUSST(International student) ไปเข้าค่ายทำกิจกรรมกับเด็กญี่ปุ่นที่กำลังจะไปต่างประเทศช่วงปิดเทอม summer(สิงหา, กันยา) จำนวนคนที่ไปทั้งหมดก็ประมาณ 80 คน ก่อนจะไปบอกได้เลยว่าไม่อยากไปเลย เพราะว่าอาทิตย์นี้งานส่งเยอะมาก ยังจะให้ไปค่ายอีก จะเอาเวลาที่ไหนมาทำงานเนี่ยยย (โวยวายๆ) แต่ก็ต้องไปเนอะ เช้าวันเสาร์ เค้าก็นัดรวมที่ P-building ตอนไปถึงก็มีคนญี่ปุ่นรออยู่เยอะเหมือนกัน ก็ทักทายไปแต่คนที่ลง cross-culture ด้วยกัน คนอื่นก็มิกล้าไปทัก ฮ่าๆ ระหว่างนั่งรอเซนเซ ก็นั่งเม้าท์ ถ่ายรูปอะไรกันไปตามเรื่อง พอเซนเซมา เค้าก็แบ่งกลุ่มให้ ส่วนใหญ่เด็กญี่ปุ่นที่จะไปประเทศอะไร ก็จะได้มาอยู่กลุ่มเดียวกับเด็กประเทศนั้น เราก็ได้...

My life (my right)

หลังจากที่ไม่ได้อัพบล๊อคมานานแสนนาน วันนี้ตื่นเช้า ยังไม่ถึงเวลาเรียน ก็เลยอยากจะมาเขียนซักหน่อย ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรสำคัญ แค่อยากจะเล่าชีวิตบ้าๆ บอๆ ให้ฟัง อิอิ ก่อนจะมามีคนหลายคนก็ถามว่า คิดยังไงถึงมา เสียเวลาตั้งปีนึงนะ ตอนนั้นก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน มันไม่ได้คิดถึงเรื่องที่จะต้องจบช้า มันแค่รู้สึกเล็กๆ ที่จะไม่ได้จบพร้อมเพื่อน แล้วอีกหนึ่งปีที่ต้องมาเรียนต่อ ก็จะภาษาญี่ปุ่นไม่มีเพื่อนที่คุ้นเคยนั่งอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ก็นั่นแหละ เวลาแค่ปีเดียว เด๋วมันก็ผ่านไปแล้ว เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะต้องเสียไป บวกลบกับสิ่งที่ได้มา ก็ถือว่าคุ้มมากๆ สำหรับใครที่ไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน ขอแนะนำว่าให้ลองไปซักครั้งในชีวิต ไปดู ไปเห็นว่าคนในประเทศเค้าอยู่กันยังไง ประเทศเค้ามีอะไรที่ประเทศเราไม่มี แล้วเราจะรู้ว่าทำไมประเทศเราถึงเป็นอย่างทุกวันนี้ ^^" (หยุดไว้แค่นี้ละกัน 55) นี่ก็มาอยู่ได้สองเดือนกว่าแระ ภาษาญี่ปุ่นก็เริ่มได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากเรียนหนักพอสมควรกับวิชานี้ แถมยังมีควิชทุกครั้งที่เรียน แล้วก็ยังมีเพื่อนคนญี่ปุ่น เพื่อนต่างชาติ ให้คุยเล่นฝึกภาษากันสนุกสนาน (รึป่าว หุหุ) ภาษาอังกฤษก็เริ่ม...